,

อิฐมวลเบา


อิฐมวลเบา ไทคอน
สำหรับก่อผนัง รั้ว
มาตรฐาน G4 คุณภาพสูงสุด

ส่งด่วน ส่งเร็ว ส่งฟรี

ติดต่อ  091-545-4915
เพิ่มเพื่อน

฿29,732.62฿37,075.50

Compare

อิฐมวลเบา ไทคอน

อิฐมวลเบา ไทคอน

อิฐมวลเบา ไทคอน THAICON(ผลิตภัณฑ์ไทคอนซุเปอร์โปร) คือ คอนกรีตมวลเบาสำหรับก่อผนัง รั้ว แบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำ ใช้กระบวนการผลิตขั้นสูงจากเยอรมัน ได้การยอมรับในประเทศชั้นนำทั่วโลกรวมไปถึงประเทศไทย ซึ่งมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย เป็นเวลานานกว่า 10 ปีทั้งส่วนงานของภาครัฐและเอกชน อิฐมวลเบาไทคอนซุปเปอร์โปรใช้วัตถุดิบที่หาได้ในประเทศได้แก่ ทราย ปูนซีเมนต์ ปูนขาว น้ำ แร่ยิปซั่ม และผงอลูมิเนียม โดยเป็นวัตถุที่มีคุณภาพเยี่ยม ส่วนผสมทั้งหมดจะผสมในสัดส่วนคงที่ ผ่านกระบวนการตัดด้วยเส้นลวดตามขนาดที่ต้องการ จากนั้นนำไปเข้าตู้อบไอน้ำ (AutoClave) ควบคุมอุณหภูมิที่ 180C นานถึง 12-14 ชั่วโมง จึงทำให้มีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแกร่งสูงได้สัดส่วนมีขนาดมาตรฐานทุกก้อน ทำให้ก่อผนังได้รวดเร็ว และฉาบได้เรียบเนียนสวยงาม ดูดซับเสียงได้ดี ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกเหมาะสำหรับงานผนังทุกประเภทเมื่อเทียบกับอิฐอื่นๆ


อิฐมวลเบา ราคา โปรโมชั่น ประจำเดือน

    • เกรด A  7ซม. ราคา 22.75 บาท แถมฟรี 14ก้อน
    • เกรด A  7.5ซม. ราคา 23 บาท แถมฟรี 14ก้อน  
    • เกรด B  7.5 ซม. ราคา 21.25 บาท แถมฟรี 14 ก้อน
    • อิฐตัด 50×7.5 ซม. ราคา 16 บาท แถมฟรี 28 ก้อน

ราคาก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7%


อิฐมวลเบาไทคอนซุปเปอร์โปร  มีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่า ได้แก่ น้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง อีกทั้งป้องกันความร้อนจากภายนอกได้ดีกว่าทำให้อุณหภูมิภายในตัวอาคารได้มากขึ้น ขนส่งสะดวก ก่อสร้างง่าย รวดเร็ว จากคุณสมบัติเด่นดังกล่าว ทำให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายแรงงานในการก่อสร้างและไม่มีสารพิษหรือสารอินทรีย์ตกค้างช่วยอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม

ขนาด (cm.) น้ำหนัก (kg.) เต็มรถ6ล้อ แถม
20x60x7 6.8 1400  14
20x60x7.5 7.4 1330  13
20x60x9 8.5 980  10
20x60x10 8.58 980  10
20x60x12.5 10.73 770  8
20x60x14 13 600  3
20x60x17.5 15.02 525  2
20x60x20  17.16 450  2

จำนวน การใช้งาน 8.33 ก้อน/ตร.ม.


เปรียบเทียบ อิฐมวลเบา เกรดเอ และ เกรดบี

Q : อิฐมวลเบาเกรดเอ และ เกรดบี ต่างกันอย่างไร

A : อิฐมวลเบาเกรด บี ก็คือ ตัวคุณภาพเกรดเอ ที่ผลิตออกมาแล้ว บิ่นมุม หักมุม สภาพไม่สวย

อิฐมวลเบาไทคอน G4 เกรด A
อิฐมวลเบา เกรดเอ
อิฐมวลเบาไทคอน G4 เกรด B

ข้อดีของการใช้อิฐมวลเบา

    1. ไม่อบความร้อน และมีรูพุนทำให้มีอากาศอยู่ภายใน ดูดซับเสียงได้ดี ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก
    2. รับแรงกดได้ดีกว่าอิฐมอญ
    3. มีขนาดน้ำหนักมาตรฐานเท่ากันทุกก้อน ทำให้ก่อฉาบได้รวดเร็วและสวยงาม ทั้งแข็งแกร่ง เจาะได้แขวนได้
    4. ใช้จำนวนการก่อ 8.33 ก้อน/1 ตร.ม.
    5. ใช้ปูนก่อมวลเบา 100ก้อน/1ถุง ใช้ปูนฉาบ 100ก้อน/5ถุง

เปรียบเทียบคุณสมบัติทางด้านวิศวกรรมระหว่าง อิฐมวลเบากับอิฐมอญ

รายละเอียด อิฐมวลเบา อิฐมอญ
อัตราการรับแรงอัด กก./ตรม 40-50 กก./ตรม แข็งแรงกว่า
2-3 เท่า
20 กก./ตรม คุณสมบัติไม่แน่นอน
อัตราการดูดกลืนน้ำ(%) 30*35% สามารถใช้กับปูนฉาบสำเร็จได้ 12 – 15%
อัตราการทนไฟไหม้(ชั่วโมง) 4.30ชั่วโมง มีความปลอดภัยสูง ไม่เกิน1.5ชั่วโมง

ประวัติความเป็นมาของอิฐมวลเบาในประเทศ

ก้าวสำคัญของการริเริ่มผลิตคอนกรีตมวลาเบาแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำ เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ว่าการนำเอาวัสดุที่มีอยู่มาพัฒนาเป็นวัสดุก่อสร้างชนิดใหม่  ที่มีความสามารถในการทำงานได้ดีกว่าเดิม เช่น มีความแข็งแกร่งน้ำหนักเบา ใช้งานได้นานและสะดวก

  • ปี ค.ศ. 1881 (พ.ศ. 2424) ประเทศสเปน
    MICHACLIS ได้คิดค้นวัสดุก่อสร้างชนิดแรกที่ใช้ก่อผนัง บ่มด้วยไอน้ำ โดยมีส่วนผสมของทรายและปูนขาวเป็นวัตถุดิบหลัก
  • ปี ค.ศ. 1914 (พ.ศ. 2457) ประเทศอังกฤษ
    AYLSWORTH ได้คิดค้นโดยการเพิ่มฟองอากาศในเนื้อวัสดุ  ทำให้มีน้ำหนักเบาโดยใช้ผงโลหะ ( Metallic Power) เป็นตัวทำปฏิกริยาทางเคมี
  • ปี ค.ศ. 1923 (พ.ศ. 2466) ประเทศสเปน
    ERIKSSON ได้นำมาพัฒนาโดยรวมวิธีอบไอน้ำและเพิ่มฟองอากาศเข้าด้วยกันในเนื้อวัสดุก่อผนังเข้าด้วยกันในเนื้อวัสดุซึ่งเป็นผลทำให้ได้วัสดุก่อผนังที่เบาและมีความแข็งแกร่งสูง ซึ่งดีกว่าอิฐก่อผนังชนิดอื่นๆในโลก การผลิตคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ – อบไอน้ำได้ถือกำเนิดขึ้นและพัฒนามาจนถึงปี 1929 (พ.ศ. 2472)
  • ปี ค.ศ. 1929 (พ.ศ. 2472) ประเทศเยอรมัน
    ในช่วงสงครมโลก ได้มีการพัฒนากระบวนการผลิตให้เป็นรูปแบบของเครื่องจักรซึ่งควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อผลิตคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ อบไอน้ำ สำหรับซ่อมแซมบ้านเรือน อาคารสำนักงาน ที่เสียหายจากสงครามและต่อมาเป็นที่นิยมอย่างมากในแถบยุโรป อเมริกา และเอเซีย
  • ปี ค.ศ. 1995 (พ.ศ. 2538) ประเทศไทย
    ด้วยประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำกำไรให้นักลงทุน แต่ทว่า งานก่อสร้างในประเทศไทยยังมีปัญหาในด้านการควบคุมการผลิตอิฐก่อผนัง ดังนั้นผู้ประกอบการรายใหญ่ จึงค้นพบการแก้ปัญหาในการก่อสร้างและลดความล่าช้าในการส่งมอบงานให้ตรงตามกำหนดเวลา ด้วยการซื้อลิขสิทธิผืการผลิต และเครื่องจักรจากประเทศเยอรมันนี จากผู้ผลิตชั้นนำของโลก คือ HEBLE YTONG และ WEHRHAHN เพื่อผลิตสินค้าออกสู่ตลาดในปี พ.ศ. 2539 – 2540 ตามลำดับ
  • ปี ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) ประเทศไทย
    เนื่องจากประเทศไทยมีความนิยมคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ – อบไอน้ำ สูงมากขึ้นจึงมีผู้คิดค้นคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ (ไม่อบไอน้ำ) มาทดแทน แต่ไม่เป็นที่นิยมในตลาด เพราะคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ที่มา: บทความจาก บริษัท ไทยไลท์บล็อคแอนด์แพเนล จำกัด


ขนาดอิฐ

20x50x7, 20x60x7, 20x60x7.5

Grade

A, B

Based on 0 reviews

0.0 overall
0
0
0
0
0

Be the first to review “อิฐมวลเบา”

There are no reviews yet.

SHOPPING CART

close